29 กันยายน 2554

สูตรลดน้ำหนัก(ไขมันส่วนเกินในตัว)แบบประหยัด เรียบง่าย

การลดน้ำหนัก(ไขมันส่วนเกินในตัว)เป็นเรื่องง่ายครับ
งดอาหารฤทธิ์ร้อน ผัก ผลไม้ฤทธิ์ร้อนทุกชนิด ชั่วคราวในช่วงที่ลดน้ำหนัก
งดอารหารปิ้ง, ย่าง, ทอด, อบความร้อนสูง
งดอาหารที่ใส่น้ำมันทุกชนิด งดน้ำปลา งดเครื่องปรุ่งรสอื่นๆ
งดเกลือหรือใส่ก็ให้น้อยที่สุด
งดขนมขบเคี้ยว ของหวานทุกชนิด

ทานแต่อาหาร ผัก ผลไม้ฤทธิ์เย็น ในปริมาณที่พอเหมาะ
ทานข้าวกับผักลวก ผักพื้นบ้าน ผักไร้สารพิษ
ทานจืดๆ น้ำหนักลงได้เร็ว แต่ไม่อ่อนเพลีย
เช่นบวบลวก,ผักหวานบ้านลวก,ผักตำลึงลวก,ยอดมะระลวก
ผักเบ็ญจรงค์(อ่อมแซบ), ยอดพิสังกาสา สดหรือลวกก็ได้
ผักตระกูลแตงทุกชนิด และผักพื้นบ้านฤทธิ์เย็นอื่นๆ ที่พอจะหาได้
เคี้ยวให้ละเอียดกว่าปกติที่เคย สัก2-3เท่า
คือเคี้ยวละเอียดแล้ว เคี้ยวซ้ำเข้าไปอีกรอบสองรอบถึงจะกลืน
ควรดื่มน้ำคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ เช่นน้ำใบบัวบก,
หรือน้ำย่านางผสมใบเตย วันละไม่น้อยกว่า 1.5ลิตร
หรือดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนๆ ที่เนื้อยังเป็นวุ้นน้ำเปรี้ยวยังไม่หวาน1-2ลูก/วัน
สวนล้างลำไส้ใหญ่ (ดีทอกซ์) ด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น1-2ครั้ง/วัน
สัปดาห์เดียว ลดได้3กิโลเป็นอย่างน้อยครับ

นอกจากลดน้ำหนักได้แล้ว เอวจะกลับมา กางเกง หรือกระโปรงจะหลวม
ยังได้ความว่องไวของร่างกายกลับคืนมาด้วย
1.จะรู้สึกสบาย เบากาย มีกำลัง
2.จมูกจะไวต่อกลิ่น และกลิ่นชัดเจนขึ้นมาก
3.ลิ้นจะรับรสได้คีขึ้น ลิ้นจะได้สัมผัสกับรสชาดแท้ๆของผักชนิดนั้นๆ
4.สมองปลอดโปร่ง ความคิดจะว่องไว ความจำจะดีขึ้น
   คิดได้เร็วคิดได้ไว ในปัญหาที่ยากๆและซับซ้อน
5.ระบบดูดซึมอาหารดีขึ้น
6.ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น
7ระบบหายใจดีขึ้น
8.ระบบขับถ่ายดีขึ้น
9.ระบบภูมิคุ้มกันโรคดีขึ้น
ผู้ที่เป็นโรคความดัน เบาหวาน หัวใจ จะดีขึ้นมากจากการงดอาหารฤทธิ์ร้อน
   สรุปว่า ร่างกายดีขึ้นทุกระบบครับ



กลุ่มผักผลไม้ สมุนไพรฤทธิ์เย็น ที่ทานได้ในช่วงลดน้ำหนัก
- กระหล่ำดอก ก้านตรง กวางตุ้ง ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดขาว ผักกาดหอม
- หยวกกล้วย ปลีกล้วย ก้านกล้วย กล้วยดิบ หัวไช้เท้า (ผักกาดหัว) ก้างปลา
- ดอกสลิด (ดอกขจร) ฝัก/ยอด/ดอกแค
- ใบเตย ผักติ้ว ตังโอ๋ ใบ/ยอดตำลึง
- ถั่วงอก
- บัวบก สายบัว ผักบุ้ง บล๊อกเคอรี่ บวบ
- ปวยเล้ง ผักปลัง
- พญายอ (เสลดพังพอนตัวเมีย)
- ฟักทองอ่อน ยอดหรือดอกฟักทอง ยอดฟักข้าว ยอดฟักแม้ว ฟัก แฟง แตงต่างๆ
- มะละกอดิบ-ห่าม มะเขือเปราะ มะเขือลาย มะเขือยาว มะเขือเทศ มะเดื่อ มะอึก
  ใบมะยม ใบมะขาม
- มังกรหยก มะรุม ยอดมะม่วงหิมพานต์
- ย่านางเขียว
- รางจืด
- ว่านกาบหอย ว่านหางจระเข้ ว่านมหากาฬ ทูน (ตูน) ว่านง็อก (ใบหูลิง) ผักว่าน
- โสมไทย ใบส้มป่อย ส้มเสี้ยว ส้มรม ส้มกบ
- หมอน้อย ผักหวานป่า ผักหวานบ้าน เหงือกปลาหมอ ผักโหบแหบ
- อ่อมแซบ (เบญจรงค์) ยอดอีสึก (ขุนศึก) อีหล่ำ

กลุ่มผลไม้ฤทธิ์เย็น
- กล้วยน้ำว้าห่าม กล้วยหักมุก แก้วมังกร กระท้อน
- แคนตาลูป
- ชมพู่ เชอรี่
- แตงโม แตงไทย
- ทับทิมขาว ลูกท้อ
- มังคุด มะยม มะขวิด มะดัน มะม่วงดิบ มะละกอดิบ-ห่าม มะขามดิบ
- น้ำมะนาว น้ำมะพร้าวที่เนื้อยังเป็นวุ้น น้ำยังไม่หวาน
- ลางสาด
- สับปะรด สตรอเบอรี่ สาลี่ ส้มโอ ส้มเช้ง ส้มซ่า ส้มเกลี้ยง สมอไทย
- ลูกหยี หมากเม่า หมากผีผ่วย
- แอปเปิ้ล 

  กลุ่มอาหาร ผัก ผลไม้ สมุนไพรฤทธิ์ร้อน ที่ต้องงดในชวงลดน้ำหนัก
ที่ต้องงดเพราะว่า ร่างกายจะไม่เผาผลาญไขมันเก่าที่สะสม ซ้ำยังสะสมเพื่มอีก

กลุ่มคาร์โบไฮเดรต
- ข้าวเหนียว ข้าวแดง ข้าวดำ (ข้าวก่ำ ข้าวนิล) ข้าวอาร์ซี ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์
- เผือก มัน กลอย อาหารหวานจัด ขนมปัง ขนมกรุบกรอบ บะหมี่ซอง

กลุ่มโปรตีน
- เนื้อ นม ไข่
- ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลิสง ถั่วทอดทุกชนิด
- เห็ดโคน (เห็ดปลวก) เห็ดหอม เห็ดหลินจือ เห็ดก่อ เห็ดไค เห็ดขม เห็ดผึ้ง
- โปรตีนจากพืชและสัตว์ที่หมักดอง เช่น เต้าเจี้ยว มิโสะ โยเกิร์ต ซีอิ้ว แทมเป้
   กะปิ น้ำปลา ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาเค็ม
- เนื้อเค็ม แหนม ไข่เค็ม ซีอิ้ว เป็นต้น

   กลุ่มไขมัน
- น้ำมันพืช น้ำมันสัตว์
- งา รำข้าว จมูกข้าว
- เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดอัลมอลล์ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดกระบก
- ลูกก่อ เป็นต้น
กลุ่มผักฤทธิ์ร้อน ผักที่มีรสเผ็ดทุกชนิด เช่น
- กระชาย กระเพรา กุ้ยช่าย (ผักแป้น) กระเทียม
- ขิง ข่า (ข่าแก่จะร้อนมาก) ขมิ้น
- ผักชี ยี่หร่า โหระพา พริก (พริกไทย ร้อนมาก) แมงลัก
- ไพล ตะไคร้ ใบมะกรูด เครื่องเทศ
- ต้นหอม หอมหัวใหญ่ หอมแดง เป็นต้น
- กะหล่ำปลี กระเฉด ใบยอดและเมล็ดกระถิน ผักกาดเขียวปลี
- ผักโขม ผักแขยง
- คะน้า แครอท
- ชะอม
- บีทรูท เม็ดบัว ไหลบัว รากบัว แปะตำปึง ใบปอ ใบยอ
- แพงพวยแดง
- ถั่วฝักยาว ถั่วพู สะตอ ลูกเนียง
- ลูกตำลึง ฟักทองแก่
- โสมจีน โสมเกาหลี (ร้อนเล็กน้อย)
- ไข่น้ำ (ผำ) สาหร่่ายทะเล สาหร่ายน้ำจืด(เทา) ยอดเสาวรส หน่อไม้
- พืชที่มีกลิ่นฉุนทุกชนิด เป็นต้น

-หน่อไม้สด หน่อไม้ดอง

   กลุ่มผลไม้ฤทธิ์ร้อน
  เ่ช่น
- กล้วยเล็บมือนาง กล้วยไข่ กระเจี๊ยบแดง กระทกรก (เสาวรส)
- สำหรับกล้วยหอมทองและกล้วยหอมเขียวมีรสหวานจัดจึงมักออกฤทธิ์ตีกลับเป็นร้อน)
- ขนุนสุก
- เงาะ
- ฝรั่ง
- ทุเรียน ทับทิมแดง
- อินทผลัม
- น้อยหน่า
- มะตูม มะเฟือง มะไฟ มะแงว มะปราง มะม่วงสุก มะขามสุก (ร้อนเล็กน้อย) มะละกอสุก (ร้อนเล็กน้อย)
- ระกำ (ร้อนเล็กน้อย)
- ลิ้นจี่ ลำไย ลองกอง ละมุด ลูกยอ ลูกลำดวน ลูกยางม่วง ลูกยางเีขียว ลูกยางเหลือง
- สละ ส้มเขียวหวาน สมอพิเภก
- องุ่น
- ผลไม้ทุกชนิดที่ผ่านความร้อน เช่น การอบ  ปึ้ง ย่าง หรือตากแห้ง เป็นต้น
- อาหารที่ปรุงเค็มจัด มันจัด หวานจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ฝาดจัดและขมจัด
- อาหาร กลุ่มไขมัน
- เนื้อ นม ไข่ที่มีไขมันมาก รวมถึงสารที่มีสารเร่งสารเคมีมาก
- พืชผักผลไม้ที่มีการสารเคมีมาก
- อาหารที่ปรุงผ่านความร้อนนาน ๆ ผ่านความร้อนหลายครั้ง ใช้ไฟแรง หรือใช้คลื่นความร้อนแรง ๆ
- อาหารใส่สารสังเคราะห์ ใส่สารเคมี
- อาหารใส่ผงชูรส
- สมุนไพร หรือยาที่กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดหรือบำรุงเลือด
- วิตามิน แร่ธาตุ และอาหารเสริมที่สกัดเป็นน้ำ ผง หรือเม็ด
- ยกเว้นอาจกินได้เมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าขาดสารดังกล่าว
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรือน้ำตาลที่มากเกินไป เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์
- ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น
- อาหาร ที่มีโซเดียมสูง ได้แก่ อาหารแปรรูปหรือสำเร็จรูปต่าง ๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมอบ
- ขนมกรุบกรอบ ขนมปัง อาหารกระป๋อง ไส้กรอก หมูยอ กุนเชียง น้ำหมัก ข้าวหมาก ปลาเค็ม เนื้อเค็ม
- ไข่เค็ม ของหมักดอง อาหารทะเล (จะมีทั้งไขมันและโซเดียมสูง) เป็นต้น
- น้ำร้อนจัด เย็นจัด และน้ำแข็ง 


  หมายเหตุ
หากอดนอน หรือนอนหลับไม่พอในช่วงที่ลดน้ำหนัก
อาจมองเห็นจอTV รู้สึกสีเปลี่ยนไปจากปกติมาก
เช่นสีออกเหลือง หรือม่วง คนอื่นๆมองแล้วสีเป็นปกติ จึงไม่ควรอดนอนครับ
หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ให้ใส่น้ำมันมะพร้าวหรือกะทิ และเกลือเล็กน้อยในอาหารครับ
(จากประสบการณ์ตรงครับ) 

สาเหตุเพราะว่า ช่วงเวลาที่สำคัญนอนหลับไม่พอ หรือไม่หลับ
(นอนหลับในช่วง5ทุ่มถึงตี2 ตับจะย่อยไขมัน)
ทำให้ร่างกายขาดไขมัน, วิตามินเอ จึงเห็นจอTV สีเปลี่ยนไปจากปกติครับ 


อาหารฤทธิ์ร้อน-อาหารฤทธิ์เย็น อ้างอิงจากหนังสือความลับฟ้าของหมอเขียว
http://morkeaw.net/
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น