21 เมษายน 2555

หัวหน้างานกับความใส่ใจ (Caring)



หน้าที่และความรับผิดชอบของคนที่เป็นหัวหน้างาน ผู้จัดการ หรือผู้นำทีม ก็คือ การสร้างผลงานโดยผ่านพนักงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของตนเอง ลองพิจารณาคำพูดนี้อีกสักครั้งนะครับ “สร้างผลงานโดยผ่านพนักงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของตนเอง”แปลง่ายๆ ว่าคนที่เป็นหัวหน้างานนั้น ทำงานหรือสร้างผลงานโดยตัวคนเดียวแทบจะไม่ได้เลย หรือถ้าได้ก็คงต้องใช้เวลามากมาย ดังนั้นจึงต้องทำหน้าที่ในการบริหารคนภายในทีม เพื่อให้พนักงานในทีมงานของตนมีความยินดี และเต็มใจที่จะสร้างผลงานตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
นั่นก็แปลว่า ถ้าลูกน้องรู้สึกว่าหัวหน้างานของตนเองนั้นไม่น่าทำงานด้วยเลย ผลงานก็จะไม่ออก ไม่ว่าจะพยายามมากสักเท่าไหร่ในการวางแผนควบคุม และตรวจสอบกันตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่พนักงานไม่มีใจให้กับหัวหน้า ไม่มีใจให้กับงานแล้ว ผลงานก็ไม่ออกแน่นอน ซึ่งก็ส่งผลกับผลงานของหัวหน้าเช่นกัน ก็คือ ผลงานของหัวหน้างานเองก็ไม่ออกเช่นกัน
ดังนั้นบทบาทของการเป็นหัวหน้าที่ดี เพื่อที่จะทำให้พนักงานอยากสร้างผลงานให้เราก็คือ การใส่ใจ และเอาใจใส่ทั้งในเรื่องงาน และเรื่องความสัมพันธ์ที่ดี ต้องไปด้วยกันทั้งคู่ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ทำอย่างไรให้พนักงานรู้สึกที่อยากจะทำงานให้เราอย่างเต็มใจ และพอใจ ไม่ใช่ทำไปอย่างฝืนๆ เพราะไม่มีทางเลือก
ผมอ่านเจอ Model หนึ่งของ Fred Kiel, Ph.D. & Doug Lennick ในหนังสือที่ชื่อว่า Moral Intelligence 2.0 ซึ่งเขียนเกี่ยวกับการสร้างขวัญและกำลังใจในการบริหารคน ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญของคนที่เป็นหัวหน้า และผู้นำเลยทีเดียว ผมเห็นว่าน่าสนใจก็เลยเอามาถ่ายทอดให้อ่านกันครับ โดย Model ของเขาเป็นอย่างในภาพข้างล่างนี้ครับ
เมื่อพิจารณาจาก Model ดังกล่าวจะเห็นว่าเขาแบ่งวิธีการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานออกเป็น 2 ด้านใหญ่ ก็คือ Head และ Heart ดังนี้
  • HEADหัวหน้าจะต้องใช้ความคิดที่ถูกที่ควร โดยแบ่งออกเป็น 2 ด้านย่อย คือ
    • Integrityซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรมดังนี้
      • ทำอย่างที่พูด พูดอย่างที่ทำ
      • พูด และสื่อความแต่ความจริง ไม่โกหกพนักงาน
      • ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง
      • สัญญาอะไรแล้ว ทำตามที่สัญญาไว้ ไม่ผิดสัญญากับพนักงาน
ซึ่งผลลัพธ์ของการมี Integrity ก็คือ Trust  พนักงานจะเกิดความเชื่อถือในตัวหัวหน้างานนั่นเองครับ
  • Responsibilityซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรมดังนี้
    • แสดงความรับผิดชอบต่องานที่ตนเองได้รับหมอบหมายอย่างเต็มที่ ถือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการทำงานของตนเอง
    • ไม่โยนความผิดพลาด และความล้มเหลวให้กับคนอื่น หรือเข้าข่ายที่ว่า “รับแต่ชอบไม่เคยรับผิด”
    • สนับสนุน และช่วยเหลือลูกน้องของตนเองเพื่อให้งานได้ตามเป้าหมาย
ซึ่งผลลัพธ์ของการมี Responsibility ข้างต้น ก็คือ Inspiration พนักงานจะเกิดพลังและแรงบันดาลใจในการทำงาน เพราะนายไม่ทิ้งงาน แถมยังให้การช่วยเหลือเสมอ เพื่อให้ตนเองทำงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
  • HEARTหัวหน้าจะต้องใช้หัวใจอย่างเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 2 ด้านย่อย คือ
    • Forgivenessซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรมดังนี้
      • ให้อภัยผู้อื่นได้เสมอ ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการทำงาน
      • ไม่เก็บเอาความผิดพลาดของคนอื่นไว้ในใจ แบบฝังใจจำ
      • ใครที่ทำงานผิดพลาด ก็ให้โอกาสแก้ไขใหม่
ผลลัพธ์ของการมี Forgiveness นั้นก็คือ Innovation พนักงานจะไม่รู้สึกถึงการย้ำคิดย้ำทำของนาย และจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดความคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะคิดผิด ก็คิดใหม่ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีขึ้นนั่นเองครับ
  • Compassionซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรมดังนี้
    • ให้ความใส่ใจ สนใจ ในตัวลูกน้องของตนเอง
    • เอาใจใส่ สอบถามถึงสารทุกข์สุขดิบของพนักงานอยู่เสมอ
    • ให้ความจริงใจต่อพนักงานแต่ละคนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
ผลลัพธ์ของการมี Compassion ก็คือ Retention พนักงานจะรู้สึกถึงความเอาใจใส่ของนาย ถือเป็นวิธีการรักษาพนักงานให้อยู่ทำงานกับบริษัทไว้ได้อย่างดี
นี่ก็คือความเอาใจใส่ที่หัวหน้าทุกคนควรจะนำไปใช้กับลูกน้องของตนเอง เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในทีมงานของตนเอง โดยเฉพาะถ้าเราต้องการให้พนักงานสร้างผลงานที่ดีขึ้น หัวหน้ายิ่งต้องเอาใจใส่พนักงานมากขึ้น คงไม่มีลูกน้องคนไหนที่ยอมทำงานอย่างเต็มใจและพอใจ ให้กับหัวหน้าที่ไม่สนใจในตัวเขาเลยสักนิด

16 เมษายน 2555

Navicat For JHCIS 1

การติดตั้ง Navicat เพื่อพร้อมใช้งานกับฐานข้อมูล JHCIS
โปรแกรม Navicat for MySQL เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับจัดการฐานข้อมูลประเภท MySql ไม่ว่าจะเป็นการ เขียน Query หรือการ backup สำรองฐานข้อมูล MySql  อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเราจะนำมาใช้กับฐานข้อมูล JHCIS
โปรแกรม navicat เป็นอีกโปรแกรมที่ มีความสามารถในการจัดการฐานข้อมูลประเภท MySql ซึ่ง โปรแกรม JHCIS ใช้ฐานข้อมูล MySql สำหรับเพื่อนๆที่ใช้โปรแกรม JHCIS สามารถใช้โปรแกรมนี้เข้าไปดูข้อมูล ปรับปรุงข้อมูล ลบข้อมูล แก้ไขข้อมูลได้ง่ายขึ้น หรือจะใช้ Run Code SQL ที่แจกจ่ายกันก็ใช้โปรแกรม Navicat ทำมาเริ่มกันเลยครับ
1.ทำการติดตั้งโปรแกรม Navicat พร้อมทั้งใส่รหัสให้เรียบร้อย
2.ทำการเชื่อมต่อฐานข้อมูล JHCIS ใส่ข้อมูลตามภาพเลย
    เลือก Connection ==> MySQL




3.กรอกข้อมูลตามภาพเลย




4.กด Test Connection เมื่อติดต่อฐานข้อมูลได้แล้ว กด OK เป็นอันเสร็จสิ้นการติดต่อฐานข้อมูล

15 มีนาคม 2555

แนวทางด้านข้อมูลของ สนย.ปี2555

แนวทางการดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพฐานข้อมูลการบริการผู้ป่วยนอก การบริการสร้างเสริมสุขภาพ  และป้องกันโรครายบุคคล ในรูปแบบ 21 แฟ้มมาตรฐาน  ปีงบประมาณ  2555 สำนักโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลักระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข
แนวทางการตรวจสอบคุณภาพฐานข้อมูลฯ ปีงบประมาณ  2555  การตรวจสอบคุณภาพฐานข้อมูล ปี 2555  ได้กำหนดไว้  3 ส่วน
 ส่วนที่ 1    ตรวจสอบเชิงปริมาณ ประกอบด้วย -ตรวจสอบโครงสร้างฯ ตามที่กำหนด -ตรวจสอบรหัส ว่าถูกต้องตามที่กำหนดหรือไม่ -ตรวจสอบความเชื่อมโยงเบื้องต้น
ส่วนที่ 2  ตรวจสอบเชิงความสัมพันธ์ของแต่ละแฟ้ม เพื่อการออกรายงาน ประกอบด้วย -ตรวจสอบความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ในแต่ละแฟ้มที่เกี่ยวข้อง -ตรวจสอบตามเงื่อนไขและเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการออกรายงาน
ส่วนที่  3  ลงพื้นที่โดยการสุ่ม เพื่อตรวจสอบ ให้คำแนะนำในการบันทึก/จัดเก็บข้อมูลฯ ร่วมกับกรม
ส่วนที่ 4   จัดทำเว็บไซต์ให้กับจังหวัดสำหรับติดตามในส่วนที่มีข้อมูลผิดพลาดสูง  เพื่อช่วยในการบริการจัดการแก้ไขปัญหาการบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้อง ที่ 164.115.5.62/ccreport/
ด้านคุณภาพฐานข้อมูล    
1.1  จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน และแนวทางการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลฯ ปีงบประมาณ 2555 ร่วมกับ สปสช. ประมาณเดือนธันวาคม -มกราคม
1.2  จัดอบรมครู ก  โดยให้จังหวัดคัดเลือกผู้เหมาะสมส่งเข้าอบรม จังหวัดละ 2 คน เพื่อทำหน้าที่ให้ความรู้ในการให้รหัสโรคฯ ในระดับจังหวัดต่อไป ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ๒๕๕๕     
1.3   สนับสนุนและผลักดันให้ทุกจังหวัดสอบวัดความรู้เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในระดับปฐมภูมิทุกคน เพื่อจะได้จัดกลุ่มจัดอบรมได้ตรงตามความต้องการ จะดำเนินการสำรวจและทำทะเบียนไว้
แฟ้มข้อมูลที่เพิ่มใหม่ในปีงบประมาณ 2555
กระทรวงสาธารณสุข  ได้ประกาศให้มีการจัดเก็บฐานข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยนอก การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค จาก 18 แฟ้มมาตรฐาน เป็น 21 แฟ้มมาตรฐาน โดยเพิ่มแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับการคัดกรองโรคเรื้อรัง  ได้แก่  เบาหวาน  และความดันโลหิต จำนวน  3  แฟ้ม ได้แก่
                1)  NCDSCREEN         
                2)  CHRONICFU
                3) LABFU
1.   NCDSCREEN (หน้า 27)
          -ข้อมูลการให้บริการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง  สำหรับผู้ที่มารับบริการ และ  ประวัติการได้รับบริการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเป้าหมายอายุ 15 ปีขึ้นไป ทั้งในรพ.และสถานบริการระดับปฐมภูมิ ทั้งในและนอกสถานพยาบาล ทั้งที่อาศัยในเขตและนอกเขตรับผิดชอบ 
        -ข้อมูลที่สถานพยาบาลอื่นให้บริการกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่อาศัยในเขตรับผิดชอบ เป็นการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินความครอบคลุม
กรณีโรงพยาบาล     เขตรับผิดชอบ หมายถึง ตำบลที่ตั้งของโรงพยาบาล หรือ พื้นที่รับผิดชอบในส่วนของบริการระดับปฐมภูมิ
ลักษณะแฟ้ม   เป็นแฟ้มบริการ  กำหนดให้ทำการคัดกรองปีละ 1 ครั้ง  และจัดส่งข้อมูลทุกครั้งที่มีการคัดกรอง
2.   CHRONICFU (หน้า 29)
       ข้อมูลการตรวจติดตามผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (เบาหวานและความดันโลหิตสูง)  ที่ได้รับการตรวจติดตามโดยโรงพยาบาลหรือสถานบริการระดับปฐมภูมิทุกคน ทั้งที่อาศัยในเขตและนอกเขตรับผิดชอบ
ข้อมูลการตรวจภาวะแทรกซ้อน เป็นการตรวจร่างกาย ได้แก่ การตรวจเท้า ตา หากพบภาวะแทรกซ้อนให้บันทึกในแฟ้ม DIAG_OPD ในส่วนของการวินิจฉัย  complication
ลักษณะแฟ้ม เป็นแฟ้มบริการ  จัดเก็บ/บันทึกข้อมูลทุกครั้งที่ให้บริการ  เพื่อติดตามผลการรักษา และส่งข้อมูลให้จังหวัดและส่วนกลางในรอบของเดือนนั้น ๆ
3.  แฟ้ม LABFU ( หน้า 31)
          ข้อมูลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยโรคเรื้อรับ (เบาหวานและความดันโลหิตสูง)  ที่ได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดย รพ. และสถานบริการระดับปฐมภูมิทุกคน ทั้งที่อาศัยในเขตและนอกเขตรับผิดชอบ
กรณีโรงพยาบาล   เขตรับผิดชอบ หมายถึง ตำบลที่ตั้งของโรงพยาบาล หรือพื้นที่รับผิดชอบในส่วนของบริการระดับปฐมภูมิ
ลักษณะแฟ้ม เป็นแฟ้มบริการ  จัดเก็บ/บันทึกข้อมูลการตรวจทางห้องปฏิบัติผู้ป่วยโรคเรื้อรังทุกครั้ง และส่งข้อมูลให้จังหวัดและส่วนกลางภายในรอบของเดือนนั้น ๆ
การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์
1.  ใช้ในการบริหารงาน กำกับ ติดตามผลการดำเนินงานด้านสุขภาพ
      ในระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ ตำบล
 2.  ใช้ในตัดสินใจด้านนโยบายสุขภาพ
 3.  ใช้ในการประเมินการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในระดับปฐมภูมิ หรือชุมชน
 4.  เพื่อลดการรายงานของสถานบริการโดยใช้ข้อมูลที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์แทน 
             ปัจจุบัน  ได้ประมวลสำหรับใช้ในการรายงานการให้บริการวัคซีน, กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ,สำนักทันตสาธารณสุข,สำนักโภชนาการ, กรมควบคุมโรค, กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นต้น
5.  จัดทำชุดข้อมูล (Data Set Report) ที่ได้จากฐานข้อมูล 21 แฟ้มร่วมกับกรม และหน่วยงานที่กี่ยวข้อง สำหรับใช้ประโยชน์   โดยใช้ข้อมูลจาก สนย. แทนจังหวัด เพื่อลดภาระการรายลง
6.  ใช้รายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดสำคัญระดับจังหวัด/กรม/กระทรวง  ปีงบประมาณ 2555   ตัวอย่าง  เช่น.....
                                6.1  ร้อยละของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการคัดกรองเบาหวาน  โดยการตรวจเลือด (Fasting Capillary Blood Glucose หรือ Fasting Plasma Glucose) ได้จากแฟ้ม NCDSCREEN + PERSON + LABFU
                                6.2  ร้อยละของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต ได้จากแฟ้ม NCDSCREEN + PERSON
                                6.3  ร้อยละของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองโดยการเจาะเลือด  แล้วพบว่ามีภาวะ Pre-DM ได้จากแฟ้ม NCDSCREEN + PERSON + LABFU + DIAG
                                6.4  ร้อยละของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองโดยการเจาะเลือด  แล้วพบว่ามีภาวะ DM ได้จากแฟ้ม NCDSCREEN + PERSON + LABFU + DIAG
6.5 ร้อยละของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองโดยการเจาะเลือด  แล้วพบว่ามีภาวะ Pre-HT ได้จากแฟ้ม NCDSCREEN + PERSON + DIAG
                                6.6 ร้อยละของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองโดยการเจาะเลือด  แล้วพบว่ามีภาวะ HT ได้จากแฟ้ม NCDSCREEN + PERSON + DIAG
                                6.7  ร้อยละของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีภาวะ Pre-DM หรือ DM ที่ได้รับการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองแล้วพบว่ามีความเสี่ยง ได้จากแฟ้ม NCDSCREEN + PERSON
                                6.8 ร้อยละของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีภาวะ Pre-HT หรือ HT ที่ได้รับการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองแล้วพบว่ามีความเสี่ยง ได้จากแฟ้ม NCDSCREEN + PERSON
6.9  ร้อยละของเด็ก 0 – 5 ปี ที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ ค่อนข้างสูง  สูงกว่าเกณฑ์รวมกัน  ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                                6.10  ร้อยละของเด็ก 0 – 5 ปี ที่มีรูปร่างสมส่วน ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                                6.11 ร้อยละของเด็ก 0 – 5 ปี ที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์ ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                                6.12 ร้อยละของเด็ก 6 – 18 ปี ที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ ค่อนข้างสูง สูงกว่าเกณฑ์รวมกัน ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                                6.13  ร้อยละของเด็ก 6 – 18 ปี ที่มีรูปร่างสมส่วน ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                                6.14  ร้อยละของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีกาวะอ้วน ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
5.15 ร้อยละของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป มีกาวะอ้วน (น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงหรือค่า BMI) ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                5.16 ร้อยละของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป มีกาวะอ้วนลงพุง ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                5.17 ร้อยละของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ได้รับการชั่งน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                5.18 ร้อยละของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการชั่งน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง ได้จากแฟ้ม NUTRITION + PERSON
                5.19 ร้อยละของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการวัดรอบเอว ได้จากแฟ้ม  NCDSCREEN + PERSON
                5.20  ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจครรภ์ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ได้จากแฟ้ม ANC + PERSON
6.21 ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์  ฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์น้อยกว่า 12  สัปดาห์ ได้จากแฟ้ม ANC + PERSON
                6.22 ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ในสถานบริการสาธารณสุข  ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก และได้รับคำแนะนำทางทันตสุขภาพ ได้จากแฟ้ม ANC + MCH + PERSON
                6.23 อัตราการตั้งครรภ์ของหญิงอายุ 15 – 19  ปี ได้จากแฟ้ม ANC + PERSON
                6.24 อัตราคุมกำเนิดของหญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 15 – 49 ปี ที่อยู่กินกับสามี  ได้จากแฟ้ม FP + WOMEN + PERSON
                6.25  การออกรายงานตาม Dataset  Report สำหรับกรม กอง และหน่วยงานภายในหรือภายนอกกระทรวงสาธารณสุข
                6.26  ร้อยละของเด็กอายุครบ 1  ปี  ที่ได้รับวัคซีน  MMR ในไตรมาสที่รายงาน
                6.27   ร้อยละของเด็กอายุครบ 2  ปี  ที่ได้รับวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี ครั้งที่ 2 ในไตรมาสที่รายงาน
1.  เร่งรัดให้มีการบันทึกข้อมูลการบริการผู้ป่วยนอก การบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ครบทุกบริการ ตามมาตรฐานที่กำหนดในโครงสร้างฯ ให้ครอบคลุมสถานบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับและทุกแห่ง
 2.  วัดความรู้ผู้ให้บริการระดับปฐมภูมิ เพื่อจะได้จัดกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมได้ถูกต้องตรงตามที่ต้องการ
 3.  จัดทำแผนและฝึกอบรมผู้ให้บริการระดับปฐมภูมิทุกคนให้มีความรู้ และสามารถวินิจฉัยรหัสโรคและให้รหัสโรคได้ถูกต้องตาม ICD-10-TM
ข้อมูลการบริการผู้ป่วยนอก การบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประชาชนทุกคนมสุขภาพดี

สรุปจากที่มาไฟล์ ppt นำเสนอแนวทางการดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพฐานข้อมูลการบริการผู้ป่วยนอก การบริการสร้างเสริมสุขภาพ  และป้องกันโรครายบุคคล ในรูปแบบ 21 แฟ้มมาตรฐาน  ปีงบประมาณ  2555 สำนักโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลักระทรวงสาธารณสุข