22 กรกฎาคม 2555

การปรับแต่่งระบบสำหรับโปรแกรม JHCIS


การปรับแต่่งระบบสำหรับโปรแกรม JHCIS

การปรับแต่งระบบงาน JHCIS ให้เร็วขึ้น ทำงานได้มีเสถียรภาพมากขึ้น ต้องประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ๆ ที่ควรคำนึงถึง
สำหรับ ระบบงาน JHCIS ซึ่งใช้งานในหน่วยงานระดับ รพ.สต. พบข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น รพ.สต.ส่วนใหญ่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows XP ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบเดสก์ทอปหรือแบบเวิร์คสเตชั่น เมื่อนำมาประยุคใช้เป็นเครื่องแม่ข่าย (ให้บริการ MySQL) ก็พบข้อจำกัดพอสำควร ข้อแนะนำต่อไปนี้ ได้เน้นไปที่ระบบปฏิบัติการ Windows XP เป็นหลัก แต่ก็ยังนำไปประยุกต์กับระบบปฏิบัติการอื่นๆ เช่น Windows Server หรือ Linux ตระกูลต่างๆ ได้ด้วย


 การปรับแต่งฮาร์ดแวร์ ขอข้ามเรื่องหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไป เนื่องจากการปรับแต่งหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่ดำเนินการสะดวกที่สุดน่าจะเป็นการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่มากกว่า จะขอไปไฮไลท์ที่การปรับเพิ่มหน่วยความจำ (RAM) ให้มากขึ้น นั่นคือการอัพเกรดหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานโปรแกรม JHCIS ให้มีจำนวนประมาณ 1GB (1024MB) มากกว่านี้ก็ยิ่งดีครับ


 การปรับแต่ง MySQL โดยใช้โปรแกรม Notepad เปิดแก้ไขไฟล์ C:\Program Files\JHCIS\MySQL\my.ini
สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows XP การปรับแต่งค่าต่อไปนี้ จะช่วยให้ระบบงาน JHCIS ทำงานได้ต่อเนื่องได้ดียิ่งขึ้น ลดปัญหาการหยุดของโปรแกรมได้
บรรทัด 54: max_connections=500 แก้เป็น max_connections=100
บรรทัด 72: table_cache=1024 แก้เป็น table_cache=969
หากเครื่องมีหน่วยความจำ (RAM) ประมาณ 1024MB หรือ 1GB แนะนำให้ครับค่านี้เพิ่มเติม
บรรทัด 175: innodb_buffer_pool_size=64M แก้เป็น innodb_buffer_pool_size=256M
หาก อัพเดตเวอร์ชั่น 2009-10-28 ไฟล์ C:\Program Files\JHCIS\MySQL\my.ini บรรทัด 54 และ 72 จะถูกปรับแก้ให้แล้ว ยกเว้นบรรทัด 175 ยังคงเป็นค่า innodb_buffer_pool_size=64M (เนื่องจากไม่ทราบจำนวน RAM ของเครื่องท่าน)


หลังจากนั้นให้รีสตาร์ต MySQL เพื่อให้อ่านค่าคอนฟิกใหม่ โดยคลิกเมนู
Start > All Programs > MySQL-JHCIS > MySQL Stop และ Start > All Programs > MySQL-JHCIS > MySQL Start ตามลำดับ


 การปรับแต่งโปรแกรม JHCIS โดยไปปรับเพิ่ม RAM สำหรับ JAVA App. เพิ่มครับ โดยเข้าไปที่ Java Control Panel (คลิกเข้าไปที่ Start > Control Panel > Java) เนื่องจาก JAVA จะใช้ RAM เริ่มต้นที่ 32MB หากคุณมี RAM มากกว่า อยากให้โปรแกรมเสถียรมากขึ้น ผมยกตัวอย่างวิธีคิดค่าการปรับค่า RAM ในระดับ 25% นะครับ (ก็ควรจะปรับเพิ่มขึ้นไปเป็น 25%-50% ของ RAM เครื่องคุณเลย ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของเครื่องคุณ ถ้าใช้ JHCIS เป็นหลักก็ปรับไปเต็มที่ 50% เลย)
 เครื่องที่มี RAM 512MB
พิมพ์ -Xms128m -Xmx196m เข้าไปที่ Java Control Panel
 เครื่องที่มี RAM 1GB (1024MB)
พิมพ์ -Xms256m -Xmx384m เข้าไปที่ Java Control Panel
 เครื่องที่มี RAM 2GB (2048MB)
พิมพ์ -Xms512m -Xmx1024m เข้าไปที่ Java Control Panel


วิธีการกำหนดและตัวอย่างหน้าจอการปรับค่า RAM ที่ Java Control Panel นี้ อยู่ในคู่มือ JHCIS บทการติดตั้งโปรแกรม (ดาวน์โหลดได้ลิงค์ในเว็บบอร์ด JHCIS นี้)

หลังจากปรับแต่งหน่วยความจำสำหรับ JAVA แล้วก็ไม่ต้อง restart เครื่องใดๆ เลย แค่เปิดเข้าโปรแกรม JHCIS ใหม่เท่านั้นเอง
ได้ผลดีขึ้นแน่นอน

14 กรกฎาคม 2555

ปัญหาที่มักจะพบในการใช้งาน JHCIS

ปัญหาที่มักจะพบในการใช้งาน JHCIS


เกิดจากการดาวน์โหลดโปรแกรมมาไม่สมบูรณ์ หรือ มีการเปลี่ยนแปลงจากต้นฉบับ แก้ไขโดยให้ดาวน์โหลดแล่้้วมาติดตั้งใหม่


1.ตรวจสอบระบบ LAN ว่าเชื่อมต่อได้หรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วLANปกติ แสดงว่าเกิดจากปัญหาอื่น
2.ดู connectionว่าได้ตั้งค่า connection ถูกต้องหรือไม่ โดยกำหนดให้เครื่องแม่ข่ายให้ใส่ชื่อ เครื่องแม่ หรือ IP ของเครื่องแม่ 
3.ให้ดูที่เครื่องแม่ว่าได้เปิด windows Firewallไว้หรือไม่ ถ้าเปิดไว้ให้ปิด windows Firewall
4.ให้ปิดแอนตี้ไวรัสทั้งเครื่องแม่และเครื่องลูก


errorแบบนี้เข้าใช้งานjhcisได้ปกติ แต่ไม่มั่นใจตรงมันมีerror นี่หละ ให้ remove โปรแกรม jhcis  ออกแล้วลองลงโปรแกรมใหม่อีกที


ให้บริการทันตกรรมคลิกรูปฟันแล้วไม่ขึ้น ให้ดาวน์โหลดไฟล์นี้ คลายซิป นำไปวางที่ C:\Program Files\jhcist\Photoes


เนื่องจากไม่มีการปรับปรุง JHCIS ให้อยู่ใน Ver.ใหม่ล่าสุดเสมอ เพราะการปรับปรุงแต่ละ Ver. จะมีการปรับปรุงโครงสร้างทั้งตารางและฟิลด์ หรือมีการปรับปรุงรหัสต่างๆ โดยการ Map Code แต่ถ้ายังใช้ Ver.เก่าและอัปเวอร์ชั่นล่าสุดทันที ปัญหาจะเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในการตามแก้ไข จะยากเพิ่มขึ้น ในกรณีนี้แก้ไขโดย copy โฟล์เดอร์ all_file_for_import จากเครื่องที่มีไปวางไว้ที่ C:\Program Files\JHCIS หรือ ดาวน์โหลด แล้วแตกซิบไปวาง


เห็นสอบถามเข้ามามากมายเลยรวมเป็น เพคเกจ ไว้เลย เสร็จกัน..........









21 เมษายน 2555

หัวหน้างานกับความใส่ใจ (Caring)



หน้าที่และความรับผิดชอบของคนที่เป็นหัวหน้างาน ผู้จัดการ หรือผู้นำทีม ก็คือ การสร้างผลงานโดยผ่านพนักงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของตนเอง ลองพิจารณาคำพูดนี้อีกสักครั้งนะครับ “สร้างผลงานโดยผ่านพนักงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของตนเอง”แปลง่ายๆ ว่าคนที่เป็นหัวหน้างานนั้น ทำงานหรือสร้างผลงานโดยตัวคนเดียวแทบจะไม่ได้เลย หรือถ้าได้ก็คงต้องใช้เวลามากมาย ดังนั้นจึงต้องทำหน้าที่ในการบริหารคนภายในทีม เพื่อให้พนักงานในทีมงานของตนมีความยินดี และเต็มใจที่จะสร้างผลงานตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
นั่นก็แปลว่า ถ้าลูกน้องรู้สึกว่าหัวหน้างานของตนเองนั้นไม่น่าทำงานด้วยเลย ผลงานก็จะไม่ออก ไม่ว่าจะพยายามมากสักเท่าไหร่ในการวางแผนควบคุม และตรวจสอบกันตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่พนักงานไม่มีใจให้กับหัวหน้า ไม่มีใจให้กับงานแล้ว ผลงานก็ไม่ออกแน่นอน ซึ่งก็ส่งผลกับผลงานของหัวหน้าเช่นกัน ก็คือ ผลงานของหัวหน้างานเองก็ไม่ออกเช่นกัน
ดังนั้นบทบาทของการเป็นหัวหน้าที่ดี เพื่อที่จะทำให้พนักงานอยากสร้างผลงานให้เราก็คือ การใส่ใจ และเอาใจใส่ทั้งในเรื่องงาน และเรื่องความสัมพันธ์ที่ดี ต้องไปด้วยกันทั้งคู่ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ทำอย่างไรให้พนักงานรู้สึกที่อยากจะทำงานให้เราอย่างเต็มใจ และพอใจ ไม่ใช่ทำไปอย่างฝืนๆ เพราะไม่มีทางเลือก
ผมอ่านเจอ Model หนึ่งของ Fred Kiel, Ph.D. & Doug Lennick ในหนังสือที่ชื่อว่า Moral Intelligence 2.0 ซึ่งเขียนเกี่ยวกับการสร้างขวัญและกำลังใจในการบริหารคน ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญของคนที่เป็นหัวหน้า และผู้นำเลยทีเดียว ผมเห็นว่าน่าสนใจก็เลยเอามาถ่ายทอดให้อ่านกันครับ โดย Model ของเขาเป็นอย่างในภาพข้างล่างนี้ครับ
เมื่อพิจารณาจาก Model ดังกล่าวจะเห็นว่าเขาแบ่งวิธีการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานออกเป็น 2 ด้านใหญ่ ก็คือ Head และ Heart ดังนี้
  • HEADหัวหน้าจะต้องใช้ความคิดที่ถูกที่ควร โดยแบ่งออกเป็น 2 ด้านย่อย คือ
    • Integrityซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรมดังนี้
      • ทำอย่างที่พูด พูดอย่างที่ทำ
      • พูด และสื่อความแต่ความจริง ไม่โกหกพนักงาน
      • ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง
      • สัญญาอะไรแล้ว ทำตามที่สัญญาไว้ ไม่ผิดสัญญากับพนักงาน
ซึ่งผลลัพธ์ของการมี Integrity ก็คือ Trust  พนักงานจะเกิดความเชื่อถือในตัวหัวหน้างานนั่นเองครับ
  • Responsibilityซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรมดังนี้
    • แสดงความรับผิดชอบต่องานที่ตนเองได้รับหมอบหมายอย่างเต็มที่ ถือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการทำงานของตนเอง
    • ไม่โยนความผิดพลาด และความล้มเหลวให้กับคนอื่น หรือเข้าข่ายที่ว่า “รับแต่ชอบไม่เคยรับผิด”
    • สนับสนุน และช่วยเหลือลูกน้องของตนเองเพื่อให้งานได้ตามเป้าหมาย
ซึ่งผลลัพธ์ของการมี Responsibility ข้างต้น ก็คือ Inspiration พนักงานจะเกิดพลังและแรงบันดาลใจในการทำงาน เพราะนายไม่ทิ้งงาน แถมยังให้การช่วยเหลือเสมอ เพื่อให้ตนเองทำงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
  • HEARTหัวหน้าจะต้องใช้หัวใจอย่างเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 2 ด้านย่อย คือ
    • Forgivenessซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรมดังนี้
      • ให้อภัยผู้อื่นได้เสมอ ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการทำงาน
      • ไม่เก็บเอาความผิดพลาดของคนอื่นไว้ในใจ แบบฝังใจจำ
      • ใครที่ทำงานผิดพลาด ก็ให้โอกาสแก้ไขใหม่
ผลลัพธ์ของการมี Forgiveness นั้นก็คือ Innovation พนักงานจะไม่รู้สึกถึงการย้ำคิดย้ำทำของนาย และจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดความคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะคิดผิด ก็คิดใหม่ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีขึ้นนั่นเองครับ
  • Compassionซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรมดังนี้
    • ให้ความใส่ใจ สนใจ ในตัวลูกน้องของตนเอง
    • เอาใจใส่ สอบถามถึงสารทุกข์สุขดิบของพนักงานอยู่เสมอ
    • ให้ความจริงใจต่อพนักงานแต่ละคนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
ผลลัพธ์ของการมี Compassion ก็คือ Retention พนักงานจะรู้สึกถึงความเอาใจใส่ของนาย ถือเป็นวิธีการรักษาพนักงานให้อยู่ทำงานกับบริษัทไว้ได้อย่างดี
นี่ก็คือความเอาใจใส่ที่หัวหน้าทุกคนควรจะนำไปใช้กับลูกน้องของตนเอง เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในทีมงานของตนเอง โดยเฉพาะถ้าเราต้องการให้พนักงานสร้างผลงานที่ดีขึ้น หัวหน้ายิ่งต้องเอาใจใส่พนักงานมากขึ้น คงไม่มีลูกน้องคนไหนที่ยอมทำงานอย่างเต็มใจและพอใจ ให้กับหัวหน้าที่ไม่สนใจในตัวเขาเลยสักนิด