13 มีนาคม 2555

ประเภทคำวินิจฉัย (Diagnoses categories) ==> DxType

ประเภทคำวินิจฉัย (Diagnoses categories)
1. Principal diagnosis (การวินิจฉัยหลัก)
2. Comorbidity (การวินิจฉัยร่วม)
3. Complication (โรคแทรก)
4. Other diagnoses (การวินิจฉัยอื่นๆ)
5. External cause of injury and poisoning  (กลไกการบาดเจ็บ หรือการได้รับพิษ)

องค์ประกอบที่สำคัญของคำวินิจฉัยหลัก ได้แก่ 
1. การวินิจฉัยหลักมีได้เพียงการวินิจฉัยเดียวเท่านั้น (อาจมี 2 โรค แต่ต้องให้รหัสได้เพียง 1 รหัส)
2. เป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมารับการรักษาในครั้งนี้
3. ในผู้ป่วยที่มีโรคหลายโรคในการมารับการรักษาครั้งนี้
 - ให้เลือกโรคที่ได้ทำการรักษาเป็นการวินิจฉัยหลัก 
 - หากรักษาหลายโรคพร้อมๆกัน ให้เลือกโรคที่รุนแรงที่สุดเป็นการวินิจฉัยหลัก 
 - หากโรคที่รักษาพร้อมๆกันหลายโรคมีความรุนแรงใกล้เคียงกัน ให้เลือกโรคที่ใช้ทรัพยากรในการรักษาสูงสุดเป็นการวินิจฉัยหลัก
4. หากวินิจฉัยโรคไม่ได้ ให้ใช้อาการหรืออาการแสดงเป็นการวินิจฉัยหลัก
5. กรณีบาดเจ็บมีแผลหลายตำแหน่งให้บันทึกบาดแผลที่มีความรุนแรงมากที่สุดเป็นคำวินิจฉัยหลัก

รหัสที่ห้ามใช้เป็นรหัสการวินิจฉัยหลัก
- รหัสที่มีเครื่องหมายดอกจัน (*) กำกับ
- รหัสในหมวดอักษร V, W, X, Y ซึ่งเป็นรหัสสำหรับสาเหตุภายนอก
- รหัส B95 - B97 ซึ่งแสดงเชื้อต้นเหตุของการติดเชื้อ
- รหัส P00-P04 ซึ่งแสดงว่าทารกแรกคลอดได้รับ ผลกระทบจากโรคของมารดา
- รหัส Z37.x  ซึ่งแสดงผลของการคลอด
- รหัส U80 – U89 ซึ่งแสดงชื่อยาปฏิชีวนะที่เชื้อแบคทีเรียดื้อยา

การวินิจฉัยร่วม (Comorbidity : SDx) (Pre-admission comorbidity)
องค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่
1. เป็นโรคที่ เกิดขึ้นก่อน หรือ พร้อมๆ กับโรคที่เป็นการวินิจฉัยหลัก ยังมีพยาธิสภาพและการรักษาอยู่
2. เป็นโรคที่มีความรุนแรงมากพอที่ทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรก เสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือพิการ ทำให้ต้องเพิ่มการตรวจพิเศษ เพิ่มยาหรือเวชภัณฑ์ ต้องได้รับการดูแล หรือต้องทำการรักษาเพิ่มเติม
3. สามารถบันทึกการวินิจฉัยร่วมได้มากกว่า 1 โรค โดยไม่จำกัดจำนวนสูงสุดที่จะบันทึกได้
4. โรคที่มักเป็นการวินิจฉัยร่วม ได้แก่ โรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตวายเรื้อรัง ฯลฯ
5. ในกรณีผู้ป่วยบาดเจ็บหลายตำแหน่ง มักมีบาดแผลต่างๆ ที่มีความรุนแรงน้อยกว่าบาดแผลหลักเป็นโรคร่วม

วินิจฉัยโรคแทรก (Complication :SDx) (Post-admission comorbidity)
องค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่
1. เป็นโรคที่ เกิดขึ้นหลังการมารับการรักษา หรือ เกิดขณะที่กำลังรักษาที่หน่วยให้บริการ (ไม่ใช่โรคติดเชื้อแทรกซ้อน)
2. เป็นโรคที่มีความรุนแรงมากพอที่ทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรก เสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือพิการ ทำให้ต้องเพิ่มการตรวจพิเศษ เพิ่มยาหรือเวชภัณฑ์ ต้องได้รับการดูแลหรือต้องทำการรักษาเพิ่มเติม
3. สามารถบันทึกการวินิจฉัยร่วมได้มากกว่า 1 โรค โดยไม่จำกัดจำนวนสูงสุดที่จะบันทึกได้ เช่น ผู้ป่วยตกเตียงแขนหักขณะกำลังให้ออกซิเจน แขนหักถือว่าเป็นโรคแทรก

คำวินิจฉัยอื่นๆ (Other diagnoses)
องค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่
1. เป็นโรคเล็กน้อย หรือเป็นโรคที่ไม่มีความรุนแรง
2. เป็นโรคพบร่วมกับโรคที่เป็นการวินิจฉัยหลัก หรือพบขณะรักษาก็ได้
3. อาจเป็นโรคระบบเดียวกันกับการวินิจฉัยหลัก หรืออาจไม่เกี่ยวเนื่องกับการวินิจฉัยหลักก็ได้
4. การวินิจฉัยอื่นๆ มีได้มากกว่า 1 อย่าง เช่น สิว, ปาน

EXTERNAL CAUSE OF INJURY AND POISONING (กลไกการบาดเจ็บ หรือการได้รับพิษ)
องค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่
1. บอกลักษณะกลไกการบาดเจ็บได้อย่างละเอียด เช่น บรรยายว่านั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จะไปทำงาน แล้วรถจักรยานยนต์สะดุดก้อนหินลื่นล้มเอง หรือบรรยายว่าถูกฟันด้วยมีดอีโต้ขณะไปเที่ยวที่งานวัด
2. ระบุได้ชัดเจนว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือถูกทำร้าย หรือเป็นการฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง
การให้รหัสสาเหตุภายนอก
1. บันทึกไว้เป็นลำดับสุดท้าย
2. เลือกประเภทคำวินิจฉัย (Dxtype) = 5
3. รหัส V,W,X,Y 

โปรแกรมตรวจสอบข้อมูลการบริการสาธารณสุขเบื้องต้น

โปรแกรมตรวจสอบข้อมูลการบริการสาธารณสุขเบื้องต้น OP-PP2010 for 2555 พัฒนาโดยคุณรังสรรค์ ศรีภิรมย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๘ อุดรธานี ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูล 21 แฟ้ม โครงสร้างปีงบประมาณ 2555 เพื่อช่วยให้ผู้ที่ดูแลระบบฐานข้อมูลของหน่วยบริการ ได้เห็นจุดบกพร่องของข้อมูล และสามารถแก้ไขปัญหาได้ตามส่วนขาดของข้อมูล ทำให้ข้อมูลของหน่วยบริการมีคุณภาพ เช่นเดียวกันกับโปรแกรม OPPP-NHSO 2554  ซึ่งระหว่าง 2 โปรแกรมนี้ ท่านจะใช้ตัวไหนก็ได้ตามสะดวก หรือจะใช้ทั้งสองก็ไม่ผิด       


ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง : โปรแกรม OP-PP2010 for 2555
วิธีติดตั้ง : ถ้าท่านเคยติดตั้งโปรแกรมนี้มาก่อน ให้ Remove โปรแกรม แล้วลบโฟล์เดอร์ OP-PP2010 ออกให้หมด แล้วทำการติดตั้ง Version 2555 โดยดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ที่ดาวน์โหลดไปนี้ แล้วทำตามคำแนะนำ

Update Program  : OP-PP2010_55_550309(Update วันที่ 9 มีค.55)   
วิธีติดตั้งตัว Update : ดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ที่ดาวน์โหลดไปนี้ แล้วทำตามคำแนะนำ


แหล่งที่มา : http://61.19.158.205/~fantacynh/oppp2010/ 

ปัญหาฐานข้อมูล jhcisdb เสีย

ปัญหาฐานข้อมูล jhcisdb เสีย
อ้างอิง: http://dev.mysql.com/doc/refman/5.0/en/ ... overy.html


1. เปิดไฟล์คอนฟิกของ MySQL ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ ด้วยโปรแกรม Notepad หรือ Wordpad
C:\Program Files\JHCIS\MySQL\my.ini
ค้นหา [mysqld] แล้วแทรกบรรทัด innodb_force_recovery = 4 ลงไป
บันทีกการแก้ไข


[mysqld]
innodb_force_recovery = 4


2. รีสตาร์ตเซอร์วิสของ MySQL ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ 
คลิก Start > All Programs > MySQL-JHCIS > MySQL Service Stop 
คลิก Start > All Programs > MySQL-JHCIS > MySQL Service Start


3. หากเซอร์วิสของ MySQL ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ ทำงานได้ปกติ ก็จะสามารถติดต่อฐานข้อมูลได้ ให้ทำการสำรองข้อมูล (Backup) ออกมาด้วยโปรแกรม MySQL Administrator จะได้ไฟล์ jhcisdb.sql


4. นำไฟล์ jhcisdb.sql ที่ได้จากการสำรองข้อมูล (Backup) ไปทดสอบนำเข้า (Restore) ที่เครื่องคอมพิวเตอร์อื่น (ต้องหามา) เพื่อให้มั่นใจว่า ไฟล์สำรองข้อมูลนั้นใช้ได้


5. หากมั่นใจว่าไฟล์สำรองข้อมูลที่ทำมาใช้การได้ ให้ทำการลบฐานข้อมูล jhcisdb เดิม ทิ้งไป
คลิก Start > All Programs > MySQL-JHCIS > MySQL Administrator คลิกเมนู Catalogs คลิกเม้าส์ปุ่มขวาที่รายการ jhcisdb แล้วเลือกเมนู Drop Schema


6. นำไฟล์ jhcisdb.sql ที่ได้จากการสำรองข้อมูล (Backup) มานำเข้า (Restore) กลับเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บฐานข้อมูลระบบงาน JHCIS


7. เปิดไฟล์คอนฟิกของ MySQL ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ ด้วยโปรแกรม Notepad หรือ Wordpad
C:\Program Files\JHCIS\MySQL\my.ini
ค้นหา [mysqld] แล้วลบบรรทัด innodb_force_recovery = 4 ออกจากไฟล์
บันทีกการแก้ไข


8. รีสตาร์ตเซอร์วิสของ MySQL ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ 
คลิก Start > All Programs > MySQL-JHCIS > MySQL Service Stop 
คลิก Start > All Programs > MySQL-JHCIS > MySQL Service Start